การจดจำทีมฟุตบอลสักทีม UFABET ไม่ใช่เรื่องง่ายๆ

UFABET

เว็บยูฟ่าเบท

ฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ วันพุธ ที่ 29 ธันวาคม 2553 สนาม : แอนฟิลด์ ผู้ตัดสิน : ปีเตอร์ วอลตัน ลิเวอร์พูล 0-1 วูล์ฟแฮมป์ตัน ผู้ทำประตู : [0-1]สตีเฟ่น วอร์ด น.56 เริ่มเกมลิเวอร์เป็นฝ่ายเริ่มเขี่ยบอลก่อน UFABET บุกจากฝั่งขวาไปฝั่งซ้าย ในช่วงต้นเกมทั้งสองฝ่ายยังคงเล่นกันอย่างระมัดระวัง ยังไม่มีทีมไหนเปิดเกมบุกอย่างจริงจังเข้าใส่กัน 5 นาทีผ่านลิเวอร์ เริ่มเล่นเกมบุกกดดันใส่วูลฟ์ได้แล้ว และก็มีโอกาสจาก เมไรเรส จากการส่งอย่างงามของ ตอร์เรส แต่จังหวะนี้ดันยิงไปตรงตัว เฮนเนสซี่ ไปอย่างน่าเสียดาย 10 นาทีผ่านเกมตอนนี้อยู่ในการครองบอลของลิเวอร์พลูหมดแล้ว แต่ในจังหวะสุดท้าย ยังทำกันได้ไม่ดีเท่านั้น ส่วนทีมเยือนวูลฟ์ ก็ยังตัดเกมได้ดีกันอยู่ 20 น่าทีผ่าน ลิเวอร์พลูเปิดเกมบุกแบบเต็มสูบแล้ว แต่จังหวะสุดท้ายก็ยังไม่มีความชัวร์ เอาซะเลย! ส่วนวูลฟ์ก็รอโต้กลับอย่างเดียว แล้วก็ทำได้ดีด้วยเพราะทุกครั้งที่โต้กลับมา ได้โอกาสยิงทุกครั้งเหมือนกัน

30 นาทีผ่าน เกมบุกของลิเวอร์พลู เริ่มหมดมุกแล้ว เพราะวูลฟ์เริ่้มดักทางได้หมด ไม่ว่าจะแทงบอลตามช่อง เปิดบอลจากริมเส้น กองหลังของวูลฟ์ก็ทำหน้าที่ได้ดีตลอด ถึงตอนนี้ทั่งสองทีม ไม่มีโอกาสได้ยิงกันแบบชัดเจนเลย โดยเฉพาะกองหน้าตัวความหวังของลิเวอร์พลู อย่างตอร์เรส เรียกได้ว่าหายไปจากเกมเลยในครึ่งแรก ในช่วงท้ายเกมก็ยังเป็นลิเวอร์พลู ที่ยังตั้งหน้าตั้งตาเดินเกมบุกใส่วูลฟ์ ยูฟ่าเบท แต่จนแล้วจนรอดก็ยังไม่ได้ประตูขั้นสักที หมดครึ่งแรก ลิเวอร์พลู 0 วูลฟ์ 0 เริ่มต้นมาในครึ่งหลัง กลับกลายเป็นฝั่งทีมเยือนที่ออกมาเล่นกันได้ดีอย่างไม่น่าเชื่อ มีโอกาสยิงหลายต่อหลายครั้งแล้ว ส่วนลิเวอร์พลูยังเก็บบอลไว้ไม่ได้เลย 55 นาทีผ่านวลูฟ์ยังคงเดินหน้าเข้าบุกใส่เจ้าบ้านลิเวอร์พลูอย่างต่อเนื่อง เรียกได้วง่าลิเวอร์พลู ลงไปตั้งรับกันหมดแล้ว 8) แล้วก็โดนจนได้ จากจังหวะที่คู่เซนเตอร์ของลิเวอร์พลูสกัดบอลพลาด ทำให้ สตีเฟ่น วอร์ด ได้จังหวะ หลุดเข้าไปจิ่มบอลสวนตัว เรน่า แบบง่ายดาย ลิเวอร์พลู 0 วลูฟ์ฯ 1

นาที 61 ลิเวอร์พลู เริ่มแก้เกมแล้ว ส่งเอา บาเบล ลงมาแทน เอนก็อก ในแนวรุก แต่ในเกมนี้ เอนก็อก เล่นได้ดูดีสุดแล้วแนวในรุก แต่กลับถูกเปลี่ยนออกซะอย่างงั้น! 70 นาทีผ่าน รูปเกมของลิเอวร์พลูยังไม่ดูดีขึ้นเลย กลับเป็นวลูฟ์ที่เล่นดีขึ้นเรื่อยๆ มีโอกาสจะได้ประตูที่สองอยู่ตลอด 80 นาทีผ่าน ตอนนี้ลิเวอร์พลูเล่นบอลกันเหมือนไม่มีกำลัง ทำอะไรก็ผิดพลาดไปหมดโดยเฉพาะในแนวรับที่เล่นกัน แบบไม่อยากจะเล่นบอลกันแล้ว ดีทีว่ากองหน้าของวลูฟ์ ไม่เฉียบคม ไม่งั้นคงเป็นสองศูนย์ไปแล้ว เข้าสู่ช่วงท้ายเกม มาร์ติน สเคอร์เทล เกือบมาแก้ตัวจากความผิดได้ จากการโยนฟรีคิกเข้าเมาเจอร์ราร์ด และมาร์ติน สเคอร์เทล ขึ้นโขกเน้นเต็มหัว บอลพุ่งเข้าไปตุงตาข่ายแต่ ผู้ตัดสินยกธงเป็นลูกล้ำหน้าไปก่อน! จบเกมลิเวอร์พลูทำประตูตีเสมอไม่ได้ แพ้ วลูฟ์ คารัง 0 ต่อ 1

รายชื่อ 11 ตัวจริงของทั้งสองทีม การจดจำทีมฟุตบอลสักทีม และเป็นโด่งดังไปทั่วโลก แทงบอล UFA  นั้นไม่ใช่เรื่องง่ายๆ เพราะแม้จะคว้าแชมป์ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าพวกเขาจะได้รับการจดจำ ในทางตรงกันข้ามหากไม่ประสบความสำเร็จ แต่มีฟอร์มการเล่นที่ตื่นตาตื่นใจ บางครั้งก็อาจจะไม่ได้แชมป์แต่ผลงานในสนามเป็นที่จดจำมากกว่าคว้าสำเร็จก็มีเยอะแยะไป ฉะนั้นจึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่บางครั้ง แชมป์อาจจะไม่ได้รับการกล่าวถึงมากกว่ารองแชมป์ ทั้งนี้ทั้งนั้น ลองมาพิจารณาว่า 10 อันดับที่ติดชาร์ตในสัปดาห์นี้ ยิ่งใหญ่และน่าจดจำอย่างที่เขาว่ากันไว้หรือไม่ อันดับ 10. สเปน (2010) สเปน เป็นหนึ่งในทีมที่เต็มไปด้วยนักเตะฝีเท้าฉกาจฉกรรจ์ยากที่จะหาทีมไหนมาเปรียบเทียบ คู่กองหน้าที่สุดคมอย่าง ดาบิด บีย่า กับ เฟร์นานโด ตอร์เรส โดยมีแผงกองกลางที่แน่นปึ้กได้แก่ อลอนโซ่, อันเดรส อิเนียสต้า และ ซาบี ดังนั้นจึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่ทัพ “กระทิงดุ” จะผงาดครองแชมป์ฟุตบอลโลก 2010 ที่แอฟริกาใต้ ได้อย่างยิ่งใหญ่ และเป็นการทำลายฝันร้ายของแฟนบอลสเปน ที่รอคอยแชมป์รายการระดับชาติมาครองได้เสียที

อันดับ 9. ฮอลแลนด์ (1974) ให้ตายเหอะในศึกฟุตบอลโลก 1974 เยอรมันตะวันตก ผงาดคว้าแชมป์ไปครองได้อย่างยิ่งใหญ่ และหลายครั้งที่ทุกคนมักจะพูดว่าใครๆ ก็จำได้แต่ทีมที่เป็นแชมป์ส่วนรองแชมป์ไม่มีใครสนใจ ประโยคนี้ใช้ไม่ได้กลับทีมชาติฮอลแลนด์ ยุค โยฮัน ครัฟฟ์ เพราะแม้พวกเขาจะเป็นแค่เบอร์2 ในปีนั้นก็ตาม แต่แฟนลูกหนังทั่วโลก ต่างจดจำลีลาการเล่นของทัพ “อัศวินสีส้ม” ได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะระบบการเล่นแบบ “โททั่ล ฟุตบอล” ซึ่งพวกเขาทำให้ทุกชาติต้องสยบใต้แทบเท้ามาแล้ว ยกเว้นก็แต่ เยอรมัน เนื่องจากทัพ “อินทรีเหล็ก” มี “ไอ้ลูกระเบิด” แกร์ด มุลเลอร์ อยู่ ทำให้ ฮอลแลนด์ เป็นได้แค่พระรองที่ฝีเท้าดีกว่าแชมป์แต่ไม่มีมงกุฏสวมอยู่บนกบาลเท่านั้น

อันดับ 8. ฮังการี (1954) ต้องบอกว่า ฮังการี ยุคนั้น แทงบอล UFABET ผู้เขียนยังร่อนเร่พเนจรอยู่บนส่วนไหนของโลกก็ไม่รู้ แต่ความยิ่งใหญ่ของพวกเขาได้รับการกล่าวขวัญกันมาตลอด โดยตอนนั้น ฮังการี มีหนึ่งในนักเตะที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลกอย่าง เฟเรนซ์ ปุสกัส โดยพวกเขาผ่าด่านอรหันต์เข้ารอบชิงฯ มาดวลกับ เยอรมันตะวันตก และมงกุฎแชมป์ก็สวมอยู่ในหัวพวกเขาแล้ว เมื่อออกนำทัพ “อินทรีเหล็ก” 2-0 แต่เหมือนชะตาฟ้าลิขิตให้ เยอรมัน เป็นเจ้าลูกหนัง เนื่องจากพวกเขาเดินหน้าแบบไม่มีหยุด และยิงคืนแบบทบต้นทบดอก 3 ลูกรวด พลิกกลับมากระชากมงกุฏออกจากกบาลของ ฮังการี ไปหน้าตาเฉย เรื่องก็เป็นล่ะฉะนี้

อันดับ 7. เอซี มิลาน (1989) ไม่มีใครกล้าเถีงว่า “ปีศาจแดง-ดำ” ปีนั้น สุดยอดเหนือคำบรรยายจริงๆ เพราะพวกเขามีเกมรับที่แข็งแกร่งด้วยนักเตะสายพันธุ์อิตาเลียน ส่วนเกมรุกมี 3 ทหารเสือเลือดดัตช์ ได้แก่ “เพชฌฆาตพรายกระซิบ” มาร์โก แวน บาสเท่น, “ไอ้งูเก็งก็อง” รุด กุลลิท และจอมถุยแห่งชาติ แฟร้งค์ ไรจ์การ์ด เป็น 3 ประสานทำลายเกมรับของคู่แข่งพังย่อยยับอับปางกันเลยทีเดียว และมี คาร์โล อันเชลอตติ และ โรแบร์โต้ โดนาโดนี่ รวมทั้ง 2 ปราการหลังดุจภูผาหิน ฟรังโก้ บาเรซี่ กับ เปาโล มัลดินี่ โดยการคว้าแชมป์ลีกมะกะโรนี กลายเป็นเรื่องปกติของ เอซี มิลานไปแล้ว ส่วนในฟุตบอลถ้วยยุโรปพวกเขาไล่ถล่ม สเตอัว บูคาเรตส์ เละเทะ 4-0 ชนิดที่ทีมจากโรมาเนีย เมาประตูจนออกจากสนามคัมป์ นู ไม่ถูกเลยขอบอก

อันดับ 6. อังกฤษ (1966) มันเหมือนกับเป็นธรรมเนียมของสื่อจากเมืองผู้ดีที่ต้องยกย่อง อังกฤษ ชุดคว้าแชมป์เวิลด์ คัพ 1966 อาจเป็นเพราะทีมชุดนั้นแข็งแกร่งจริงๆ และแข็งแกร่งที่สุดเท่าที่พวกเขาเคยมี ไม่งั้นคงไม่มีเกียรติประวัติระดับชาติเพียงชิ้นเดียวประดับอยู่ในตู้โชว์ หรืออาจเป็นเพราะไม่รู้ว่าจะหาทีมชุดไหนมาเทียบได้ ก็เลยเอาชุดนี้นี่แหละ แต่ก็ต้องยอมรับว่าพวกเขาทำผลงานได้อย่างสุดยอดจริงๆ โดยในยุคนั้นนักเตะระดับโลกอย่าง กอร์ดอน แบงก์ส, บ็อบบี้ ชาร์ลตัน และ เจฟฟ์ เฮิร์ส บทขยี้ เยอรมันตะวันตก คว้แชมป์โลกมาครองได้สำเร็จ แต่ขอบอกว่านักเตะลูกหลานของพวกเขาเพิ่งจะทำงามหน้า โชว์ห่วยในฟุตบอลโลก 2010 โดน “อินทรีเหล็ก” ไล่ถล่ม 4-1 ตกรอบ 16 ทีมสุดท้าย อย่างเจ็บช้ำระกำอุรา UFABET, ยูฟ่าเบท, เว็บยูฟ่าเบท, แทงบอล UFABET, แทงบอล UFA

อันดับ 5. อินเตอร์ มิลาน (2010) ไม่มีทีมไหนจะไร้เทียมทานเท่ากับ อินเตอร์ ภายใต้การกุมบังเหียนของ โชเซ่ มูรินโญ่ กุนซือจอมอหังการ เพราะเขาสามารถปั้นให้ “งูใหญ่” กลายเป็นทีมในตำนานไปเรียบร้อยแล้ว เมื่อนำ อินเตอร์ คว้าทริปเบิ้ลแชมป์ เป็นสโมสรแรกในวงการลูกหนังเมืองมะกะโรนี ซึ่ง มิลาน คู่อริตลอดชาติยังไม่เคยย่ำกายเทียบเท่าได้เลย อินเตอร์ ชุดนี้มีข้อเสียอยู่เรื่องเดียวก็คือไม่มีนักเตะชุดใหญ่เป็นชาวอิตาเลียน เลย แต่แฟนบอล “เนรัซซูรี่” บางคนให้เหตุผลน่าสนใจว่าชื่อก็บอกว่า อินเตอร์ ฉะนั้นภายในทีมก็ย่อมมีความหลากหลายในเชื้อชาติของนักเตะแต่ละคน จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่พวกเขาจะมีผู้เล่นร้อยพ่อพันธุ์แม่ เพราะสิ่งสำคัญที่สุดคือความสำเร็จ และเป็นความสำเร็จที่ยากจะมีทีมใน อิตาลี ทำได้ซะด้วย (อืมแชมป์พูดอะไรไม่ผิดหรอกจ้า)